Advertisement
ร่วมให้กำลังใจกันอีกครั้ง
-

ด้วย ภารกิจหลักตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกอบด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้กราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตจัดการแข่งขัน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ขึ้นในปีพุทธศักราช 2511
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาต พร้อมทั้งพระราชทานถ้วยถมทอง สำหรับเป็นรางวัลแก่ชุดชนะเลิศการแข่งขัน โดยถ้วยพระราชทานนี้จะไม่เป็นกรรมสิทธิ์แก่ทีมฟุตบอลใด และจะต้องมีการจัดการแข่งขันชิงความชนะเลิศเป็นประจำทุกๆ ปี
ดังนั้นการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ที่ดำเนินมาถึง 41 ปี 38 ครั้ง ถือเป็น “ตำนานฟุตบอลไทย” ที่ยิ่งใหญ่
สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 39 กำหนดแข่งขันวันที่ 21 และ 23 มกราคม 2552 ที่สนามสุระกุล จ.ภูเก็ต โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 4 ทีมคือ ชาติไทย เดนมาร์ก เกาหลีเหนือ และ เลบานอน
วันที่ 21 มกราคม คู่แรก “ทีมจากแดนโคนม” เดนมาร์ก ที่ขนผู้เล่นฝีเท้าเยี่ยมจากลีกประเทศ พบ “โสมแดง” เกาหลีเหนือ เป็นทีมชาติชุดสำรองที่ถือว่าแข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่ ส่วนคู่ที่สองถือเป็นคู่เอกของรายการ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่ครองแชมป์มาแล้ว 13 ครั้ง และเป็นแชมป์เก่า พบ เลบานอน ที่ใช้ผู้เล่นจากชุดเอเชี่ยนคัพ ซึ่งทีมใดชนะจะได้เข้าชิงชนะเลิศในวันที่ 23 มกราคม ส่วนทีมแพ้จะได้ชิงอันดับ 3
แน่นอนว่าการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานหนนี้ เป็นความหวังของทุกคนตั้งแต่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย สตาฟฟ์โค้ช นักเตะ และแฟนบอล ต่างต้องการความสำเร็จ เพราะจะได้ลืมความเจ็บปวดจากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008″ ที่อกหักแพ้เวียดนาม เมื่อปีกลาย
ศึกหนนี้จึงมีความหมายยิ่ง โดยเฉพาะ ปีเตอร์ รีด กุนซือทีมชาติไทยชาวอังกฤษ ที่ต้องการความสำเร็จ เพราะถ้าคว้าแชมป์มาครองได้ นอกจากจะเป็นการ แก้หน้า จากศึกอาซียนคัพแล้ว ยังจะได้ชื่อว่าพาทีมคว้าแชมป์ คิงส์คัพ เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมกับเป็นการมอบของขวัญให้แฟนบอลชาวไทยในช่วงเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ด้วย
อย่างที่บอกศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะทีมที่เข้าร่วมแข่งขันไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก เกาหลีเหนือ ถือว่าพระกาฬทั้งสิ้น เดนมาร์ก เคยมาคว้าแชมป์ไปแล้ว 1 หน ขณะที่ เกาหลีเหนือ คว้าแชมป์ 4 คน ส่วนเลบานอน แม้จะมาร่วมเป็นครั้งแรกแต่ก็ไม่ธรรมดากระดูกขัดมันทีเดียว
เมื่อเป็นศึกใหญ่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตัดสินใจส่ง ทีมชาติไทย ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศกาตาร์ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเตรียมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือกกลุ่ม อี โดยนัดแรกออกไปยันเสมอ จอร์แดน มาได้ 0-0 นับเป็นกำลังใจที่สำคัญของนักเตะทีมชาติไทยก่อนลงแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ
แม้จะมีเหตุที่ต้องย้ายไปเตะที่ จ.ภูเก็ต แต่ทว่าด้วยใจรักฟุตบอลไทยอยู่ในสายเลือด ทำให้เกมแรกวันที่ 21 มกราคม แฟนบอล แห่เข้ามาให้กำลังใจกันเต็มสนามสุระกุลเลยทีเดียว



คู่ แรกถือเป็นการเรียกน้ำย่อยระหว่าง เดนมาร์ก กับ เกาหลีเหนือ เกมนี้แฟนบอลจากแดนโคนม เข้ามาชมร่วม 3,000 คน ส่วนเกาลีเหนือ ก็มีมาให้กำลังใจเช่นกัน ก่อนเกมจะจบลงด้วยชัยชนะของ เดนมาร์ก ที่เอาชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 ขึ้นแท่นรอชิงชนะเลิศเป็นทีมแรก ส่วนคู่เอกของรายการ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงสนามพบ เลบานอน แม้ทีมไทยจะเอาชนะมาได้ 2-1 แต่ก็ มีมวยแถมถึงสองครั้ง จนถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบอย่างสนุกปาก “ฟุตบอลไทยจะไปมวยโลก” และอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
ถือเป็นเรื่องที่เสียหายและเสียชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง อย่าลืมการแข่งขันครั้งนี้ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระอยู่หัว อย่างน้อยนักเตะก็ควรสำนึกว่าอะไรควร ไม่ควร ขอให้ความผิดพลาดนี้เป็นครั้งสุดท้าย
รอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย ต้องโคจรมาพบ เดนมาร์ก ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมเต็มสนาม ซึ่งตลอดเกมการแข่งขันถือว่าสนุกทีเดียว ที่สำคัญทีมไทยขึ้นนำ 2-1 ตำแหน่งแชมป์สมัยที่ 3 อยู่แค่เอื้อม เตรียมปิดเกาะภูเก็ตฉลองทั้งเมืองอยู่แล้ว แต่แล้วนาทีสุดท้าย เดนมาร์ก ตามตีเสมอ ต้องมาชี้ชะตาดวลจุดโทษ และเป็น เดนมาร์ก ที่ยิงได้แม่นกว่า คว้าแชมป์ไปครอง เป็นความผิดหวังอีกครั้งของทีมฟุตบอลทีมชาติไทย
แม้ทีมไทยจะได้รองแชมป์ ทว่า “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ยังออกมาการันตีถึงฝีมือของ ปีเตอร์ รีด ว่า สอบผ่าน เพราะแม้จะเข้ามาทำทีมได้ 3 รายการ ได้แชมป์สี่เส้าที่เวียดนาม ได้รองแชมป์อาเซียนคัพ และรองแชมป์คิงส์คัพ และยังมั่นใจว่า ปีเตอร์ รีด จะพาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จในอนาคตได้ โดยเฉพาะการแข่งขัน ฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือก กลุ่ม อี เกมที่สองที่จะ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อิหร่าน วันที่ 28 มกราคมนี้ ที่สนามราชมังคากีฬาสถาน
ถ้าแฟนบอลยังมีฟุตบอลไทยอยู่ในสายเลือด ก็อย่าลืมไปเชียร์กันให้เต็มสนาม ช่วยไปให้กำลังกันอีกครั้ง
-
หัวข้อผลบอลอื่นๆ :





